ต้มกระดูกหมูใบชะมวง
"ใบชะมวง" พืชสมุนไพรรสเปรี้ยวพบได้ทั่วไป สามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิด ที่ขึ้นชื่อลือชาคือ "แกงหมูชะมวง" ของทางภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง ไม่ว่าจะมีงานอะไรหรือมีแขกไปใครมาเมนู "แกงหมูชะมวง" ก็มักจะถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องมีอยู่เสมอ เป็นเมนูที่ต้องโขลกเครื่องแกง หมักหมู และมีส่วนผสมของกะปิอยู่ด้วย ส่วนทางใต้เรียก "ใบส้มมวง" นิยมรับประทานกันทางภาคใต้เช่นกันโดยเฉพาะ "ต้มกระดูกหมูใบชะมวง" รสชาติจะออกไปทางต้มยำครับ แต่ความเปรี้ยวที่ได้นั้นจะมาจากใบชะมวงแทนมะนาว ลองทำดูนะครับ ต้มกระดูกหมูใบชะมวง ไม่ยากเลยครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. กระดูกหมู 400 กรัม
2. ใบชะมวง 8 - 10 ใบ
3. ตะไคร้หั่นท่อนทุบ 2 ต้น
4. หอมแดงทุบ 3 - 4 หัว
5. ข่าหั่น 8 - 10 แว่น
6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือ 1 ช้อนชา
8. น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำใบชะมวงมาล้างทำความสะอาด ฉีกเอาเส้นกลางใบออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก
2. นำน้ำสะอาดขึ้นตั้งไฟปานกลาง พอเดือดใส่กระดูกหมูลงต้มจนสุก
3. ใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ เกลือ เคี่ยวจนกระดูกหมูเปื่อยด้วยไฟอ่อน ช้อนฟองออกเป็นระยะ
4. พอกระดูกหมูเปื่อยได้ที่ใส่ใบชะมวงแล้วเคี่ยวต่อจนเดือดอีกครั้งปรุงรสด้วย น้ำปลา ชิมรสดูพอมีรสเปรี้ยวดีก็ปิดไฟแล้วตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆได้เลยครับ
อาหารพื้นบ้าน วิธีทำอาหารไทย เมนูอาหารไทย อาหารไทยสี่ภาค สูตรอาหารไทย รวมรายชื่ออาหารไทย
Translate
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วิธีทำกุ้งผัดสะตอ
กุ้งผัดสะตอ
"สะตอ" พืชอาหารสัญลักษณ์แห่งแดนใต้ของประเทศไทยกลิ่นเขียวแรงแต่ประโยชน์ทางยามากมาย ช่วยบำรุงสายตา เจริญอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะและขับถ่ายดี อีกทั้งยังช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสโลหิตและป้องกันเบาหวานได้อีกด้วยสามารถรับประทานแบบดิบๆกับน้ำพริกก็ได้หรือจะนำไปปรุงเป็นอาหารก็ดีครับ เมนู "กุ้งผัดสะตอ" อร่อยขึ้นชื่อแต่จริงๆทำไม่ยากช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานสะตอให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยครับ ส่วนท่านที่ยังรู้สึกว่าสะตอกลิ่นแรงเพียงมีมะเขือเปราะติดไว้เป็นเครื่องเคียงสัก 2 - 3 ลูกช่วยดับกลิ่นสะตอได้ครับ ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. กุ้งสดแกะเปลือกออกล้างสะอาด 200 กรัม
2. สะตอแกะเอาแต่เม็ดหั่นให้ดูน่ารับประทาน 8 - 10 ฝัก
3. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
4. หอมแดง 3 - 4 หัว
5. พริกขี้หนูสด 10 - 15 เม็ด
6. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. โขลก พริกขี้หนูสด กะปิ หอมแดง ให้ละเอียดและเข้ากัน
2. ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชพอร้อนตักเครื่องพริกที่โขลกเมื่อสักครู่ลงผัดจนหอม
3. นำกุ้งลงผัดพอสะดุ้งไฟแล้วใส่สะตอตาม
4. ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วขาว น้ำพริกเผา น้ำมันหอย
5. ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยอร่อยชั้นหนึ่งจากแดนใต้ของไทยสมชื่อจริงๆเลยครับ
"สะตอ" พืชอาหารสัญลักษณ์แห่งแดนใต้ของประเทศไทยกลิ่นเขียวแรงแต่ประโยชน์ทางยามากมาย ช่วยบำรุงสายตา เจริญอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะและขับถ่ายดี อีกทั้งยังช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสโลหิตและป้องกันเบาหวานได้อีกด้วยสามารถรับประทานแบบดิบๆกับน้ำพริกก็ได้หรือจะนำไปปรุงเป็นอาหารก็ดีครับ เมนู "กุ้งผัดสะตอ" อร่อยขึ้นชื่อแต่จริงๆทำไม่ยากช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานสะตอให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยครับ ส่วนท่านที่ยังรู้สึกว่าสะตอกลิ่นแรงเพียงมีมะเขือเปราะติดไว้เป็นเครื่องเคียงสัก 2 - 3 ลูกช่วยดับกลิ่นสะตอได้ครับ ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. กุ้งสดแกะเปลือกออกล้างสะอาด 200 กรัม
2. สะตอแกะเอาแต่เม็ดหั่นให้ดูน่ารับประทาน 8 - 10 ฝัก
3. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
4. หอมแดง 3 - 4 หัว
5. พริกขี้หนูสด 10 - 15 เม็ด
6. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. โขลก พริกขี้หนูสด กะปิ หอมแดง ให้ละเอียดและเข้ากัน
2. ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชพอร้อนตักเครื่องพริกที่โขลกเมื่อสักครู่ลงผัดจนหอม
3. นำกุ้งลงผัดพอสะดุ้งไฟแล้วใส่สะตอตาม
4. ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วขาว น้ำพริกเผา น้ำมันหอย
5. ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยอร่อยชั้นหนึ่งจากแดนใต้ของไทยสมชื่อจริงๆเลยครับ
วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559
วิธีทำแกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะ
แกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะ
เมนูแกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะรสชาติออกเผ็ดเปรี้ยวแซบ จี๊ดจ๊าด น้ำแกงเข้มข้มถูกปากคนไทยจริงๆครับ เคล็ดลับความเข้มข้นอยู่ที่การตำเนื้อปลาช่อนต้มผสมรวมลงในพริกแกงจนเข้ากัน แล้วจึงนำไปละลายกับน้ำซุปที่เหลือจากการต้มเนื้อปลาช่อนดิบที่หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้อีกส่วนหนึ่งแล้วจึงปรุงรสครับ เนื้อปลาช่อนนาอีกส่วนหนึ่งทอดทั้งตัวมาผนวกกับยอดอ่อนของผักกระเฉดความสุดยอดจึงตามมาครับ พูดแล้วน้ำลายสอ ไปลองทำกันเลยดีกว่าครับ
ส่วนผสมพริกแกง
1. พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเม็ดออกแช่น้ำ 7 - 10 เม็ด
2. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
3. หอมแดงปลอกเปลือกออก 5 - 8 หัว
4. กระเทียม 5 - 10 กลีบ
5. ข่าหั่น 5 - 10 แว่น
6. กระชาย 4 - 5 ราก
7. ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา
8. เกลือเม็ด 1 ช้อนชา
วิธีโขลกพริกแกง
1. พริกไทยเม็ดลงโขลกจนละเอียด
2. ใส่พริกแห้งและเกลือเม็ดลงโขลกรวมจนละเอียด
3. นำข่าหั่น หอมแดง กระทียม กระชาย ผิวมะกรูด ลงโขลกรวมจนละเอียดแล้วตักขึ้นพักไว้
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ปลาช่อนนาขอดเกล็ดล้างทำความสะอาด 1 ตัว
2. เนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัม
3. น้ำสะอาด 5 ถ้วยตวง
4. พริกแกงส้มที่ตำเมื่อสักครู่ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผักกระเฉดเด็ดเอาแต่ยอดอ่อน 100 กรัม
6. น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
7. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
9. น้ำมันพืชสำหรับทอดปลา 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำเนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัมไปต้มกับน้ำสะอาจจนสุกแยกเนื้อปลาแกะก้างออกและเก็บนำซุปไว้
2. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อนใส่น้ำมันพืชพอร้อนนำปลาช่อนทั้งตัวลงทอดจนสุกทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักไว้
3. โขลกพริกแกงส้มเมื่อสักครู่กับเนื้อปลาช่อนต้มให้เข้ากันแล้วตักขึ้นพักไว้
4. ตั้งน้ำซุปปลาที่เก็บไว้ให้เดือด ละลายพริกแกงที่ตำกับเนื้อปลาเมื่อสักครู่ลง คนให้เข้ากัน
5. ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก รอจนเดือดอีกครั้ง
6. วางปลาช่อนที่ทอดเมื่อสักครู่ลงในภาชนะ โรยผักกระเฉดลงรอบๆตัวปลาแล้วราดน้ำแกงที่ปรุงรสเมื่อสักครู่ลงไป ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆได้ทันทีเลยครับ อร่อยแซบจี๊ดจ๊าดมากครับ ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ
เมนูแกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะรสชาติออกเผ็ดเปรี้ยวแซบ จี๊ดจ๊าด น้ำแกงเข้มข้มถูกปากคนไทยจริงๆครับ เคล็ดลับความเข้มข้นอยู่ที่การตำเนื้อปลาช่อนต้มผสมรวมลงในพริกแกงจนเข้ากัน แล้วจึงนำไปละลายกับน้ำซุปที่เหลือจากการต้มเนื้อปลาช่อนดิบที่หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้อีกส่วนหนึ่งแล้วจึงปรุงรสครับ เนื้อปลาช่อนนาอีกส่วนหนึ่งทอดทั้งตัวมาผนวกกับยอดอ่อนของผักกระเฉดความสุดยอดจึงตามมาครับ พูดแล้วน้ำลายสอ ไปลองทำกันเลยดีกว่าครับ
ส่วนผสมพริกแกง
1. พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเม็ดออกแช่น้ำ 7 - 10 เม็ด
2. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
3. หอมแดงปลอกเปลือกออก 5 - 8 หัว
4. กระเทียม 5 - 10 กลีบ
5. ข่าหั่น 5 - 10 แว่น
6. กระชาย 4 - 5 ราก
7. ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา
8. เกลือเม็ด 1 ช้อนชา
วิธีโขลกพริกแกง
1. พริกไทยเม็ดลงโขลกจนละเอียด
2. ใส่พริกแห้งและเกลือเม็ดลงโขลกรวมจนละเอียด
3. นำข่าหั่น หอมแดง กระทียม กระชาย ผิวมะกรูด ลงโขลกรวมจนละเอียดแล้วตักขึ้นพักไว้
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ปลาช่อนนาขอดเกล็ดล้างทำความสะอาด 1 ตัว
2. เนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัม
3. น้ำสะอาด 5 ถ้วยตวง
4. พริกแกงส้มที่ตำเมื่อสักครู่ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผักกระเฉดเด็ดเอาแต่ยอดอ่อน 100 กรัม
6. น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
7. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
9. น้ำมันพืชสำหรับทอดปลา 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำเนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัมไปต้มกับน้ำสะอาจจนสุกแยกเนื้อปลาแกะก้างออกและเก็บนำซุปไว้
2. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อนใส่น้ำมันพืชพอร้อนนำปลาช่อนทั้งตัวลงทอดจนสุกทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักไว้
3. โขลกพริกแกงส้มเมื่อสักครู่กับเนื้อปลาช่อนต้มให้เข้ากันแล้วตักขึ้นพักไว้
4. ตั้งน้ำซุปปลาที่เก็บไว้ให้เดือด ละลายพริกแกงที่ตำกับเนื้อปลาเมื่อสักครู่ลง คนให้เข้ากัน
5. ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก รอจนเดือดอีกครั้ง
6. วางปลาช่อนที่ทอดเมื่อสักครู่ลงในภาชนะ โรยผักกระเฉดลงรอบๆตัวปลาแล้วราดน้ำแกงที่ปรุงรสเมื่อสักครู่ลงไป ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆได้ทันทีเลยครับ อร่อยแซบจี๊ดจ๊าดมากครับ ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)