แกงเผ็ดเป็ดย่าง
เมนูแกงเผ็ดเป็ดย่างเป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีรสชาติ "เผ็ดแซบเค็มมันน้ำขลุกขลิก" รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยมาก ขั้นตอนการทำก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเพียงผัดพริกแกงกับกะทิ นำเนื้อเป็ดลง ปรุงรส ใส่ส่วนผสมต่างๆที่มีแล้วรอเดือดแค่นี้ก็อร่อยได้แล้วครับ ลองทำดูกันเลยนะครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
2. เนื้อเป็ดย่างหั่นเป็นชิ้นพอคำ 200 กรัม
3. หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
4.หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
5. สับปะรดหั่นเป็นชิ้นพอคำ 7 - 8 ชิ้น
6. มะเขือเทศราชินี 5 - 6 ลูก
7. ใบโหรพา 10 - 15 ใบ
8. ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
9. พริกชี้ฟ้าเขียวแดงหั่นเฉียง 2 - 3 เม็ด
10. มะเขือพวงเด็ดก้าน 20 - 25 เม็ด
11. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
12. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลางแล้วนำหัวกะทิลงเคี่ยวจนแตกมัน
2. นำพริกแกงเผ็ดลงผัดจนหอมแล้วนำเนื้อเป็ดย่างลงผัดจนเข้ากัน
3. เติมหางกะทิเล็กน้อยแล้วตั้งจนเดือดแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล
4. ใส่สับปะรด มะเขือเทศ มะเขือพวง คนเล็กน้อย โปรยใบมะกรูดฉีก พริกชี้ฟ้า โหระพา
5. ปิดไฟ ยกลง แล้วตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยมากครับ
อาหารพื้นบ้านไทย
อาหารพื้นบ้าน วิธีทำอาหารไทย เมนูอาหารไทย อาหารไทยสี่ภาค สูตรอาหารไทย รวมรายชื่ออาหารไทย
Translate
วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วิธีทำหมูชะมวง
หมูชะมวง
แกงชะมวงหรือหมูชะมวง อาหารพื้นบ้านอันขึ้นชื่อลือชาของชาวจันทบุรีและระยองรสชาติหวานนำต่างจากต้มกระดูกหมูใบชะมวงของทางภาคใต้ที่รสชาติออกไปทางต้มยำ ในเวลาที่ชาวจันทบุรีและชาวระยองจะมีพิธีการงานบุญอะไรก็ตามเมนู "หมูชะมวง" ก็มักจะถูกบรรจุไว้เป็นหนึ่งในบรรดาเมนูต่างๆอยู่ด้วยเสมอเรียกว่าเป็นเมนูต้อนรับแขกเลยก็ว่าได้ครับ ขั้นตอนการทำหมูชะมวงดูเผินๆเหมือนจะสลับซับซ้อนแต่จริงๆแล้วไม่ได้ยากเลยครับ ขั้นตอนมีเพียงแค่ การโขลก หมัก ผัด เคี่ยว และการปรุง
ค่อยๆทำทีละขั้นตอนความอร่อยอยู่แค่เอี้อมจริงๆครับ ไปลองทำกันเลยดีกว่าครับ
ส่วนผสมเครื่องแกง
1. หอมแดง 5 - 6 หัว
2. กระเทียม 10 - 12 กลีบ
3. ข่าซอย 1 ช้อนตวง
4. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนตวง
5. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 4 - 5 เม็ด
6. กะปิ 1 ช้อนตวง
7. เกลือ 1 ช้อนชา
ส่วนผสมสำหรับหมักหมู
1. สันคอหมู 2 - 3 ขีด
2. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนตวง
3. ซีอิ้วดำ 2 ช้อนตวง
4. เกลือ 2 ช้อนชา
ส่วนผสมหมูชะมวง
1. สันคอหมูที่หมักแล้ว 2 -3 ขีด
2. ใบชะมวง 40 - 50 ใบ
3. น้ำ 1 ถ้วยตวง
4. น้ำมันพืช 3 ช้อนตวง
วิธีโขลกเครื่องแกง
1. นำพริกแห้งเม็ดใหญ่ผ่าเอาเม็ดออกแช่น้ำจนนิ่มแล้วเอาขึ้นสะเด็ดน้ำออก
2. นำพริกแห้งเมื่อสักครู่ลงโขลก พอแหลกนำหอมแดง กระเทียม ข่าซอย ตะไคร้ซอย
เกลือ ลงโขลกรวมให้เข้ากันจนละเอียด
3. นำกะปิลงโขลกรวมจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ตักขึ้นพักไว้
วิธีหมักหมู
1. นำสันคอหมูที่เตรียมไว้มาหั่นเป็นชิ้นแล้วหมักด้วยน้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วดำ เกลือ แล้วคลุกเคล้า
ให้เข้ากัน ตั้งพักไว้ให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ
วิธีทำ
1. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชแล้วนำพริกแกงที่โขลกไว้ลงผัดจนหอม
2. นำใบชะมวงลงผัดกับพริกแกงจนสุกโดยสังเกตใบชะมวงจะเปลี่ยนสี
3. นำหมูที่หมักไว้เมื่อสักครู่ลงผัดรวม เติมน้ำเปล่าลงไป รอจนเดือด ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลปี๊บ
แล้วเคี่ยวต่อจนหมูนุ่ม ปิดไฟยกลง ตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยมากครับ
แกงชะมวงหรือหมูชะมวง อาหารพื้นบ้านอันขึ้นชื่อลือชาของชาวจันทบุรีและระยองรสชาติหวานนำต่างจากต้มกระดูกหมูใบชะมวงของทางภาคใต้ที่รสชาติออกไปทางต้มยำ ในเวลาที่ชาวจันทบุรีและชาวระยองจะมีพิธีการงานบุญอะไรก็ตามเมนู "หมูชะมวง" ก็มักจะถูกบรรจุไว้เป็นหนึ่งในบรรดาเมนูต่างๆอยู่ด้วยเสมอเรียกว่าเป็นเมนูต้อนรับแขกเลยก็ว่าได้ครับ ขั้นตอนการทำหมูชะมวงดูเผินๆเหมือนจะสลับซับซ้อนแต่จริงๆแล้วไม่ได้ยากเลยครับ ขั้นตอนมีเพียงแค่ การโขลก หมัก ผัด เคี่ยว และการปรุง
ค่อยๆทำทีละขั้นตอนความอร่อยอยู่แค่เอี้อมจริงๆครับ ไปลองทำกันเลยดีกว่าครับ
ส่วนผสมเครื่องแกง
1. หอมแดง 5 - 6 หัว
2. กระเทียม 10 - 12 กลีบ
3. ข่าซอย 1 ช้อนตวง
4. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนตวง
5. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 4 - 5 เม็ด
6. กะปิ 1 ช้อนตวง
7. เกลือ 1 ช้อนชา
ส่วนผสมสำหรับหมักหมู
1. สันคอหมู 2 - 3 ขีด
2. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนตวง
3. ซีอิ้วดำ 2 ช้อนตวง
4. เกลือ 2 ช้อนชา
ส่วนผสมหมูชะมวง
1. สันคอหมูที่หมักแล้ว 2 -3 ขีด
2. ใบชะมวง 40 - 50 ใบ
3. น้ำ 1 ถ้วยตวง
4. น้ำมันพืช 3 ช้อนตวง
วิธีโขลกเครื่องแกง
1. นำพริกแห้งเม็ดใหญ่ผ่าเอาเม็ดออกแช่น้ำจนนิ่มแล้วเอาขึ้นสะเด็ดน้ำออก
2. นำพริกแห้งเมื่อสักครู่ลงโขลก พอแหลกนำหอมแดง กระเทียม ข่าซอย ตะไคร้ซอย
เกลือ ลงโขลกรวมให้เข้ากันจนละเอียด
3. นำกะปิลงโขลกรวมจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ตักขึ้นพักไว้
วิธีหมักหมู
1. นำสันคอหมูที่เตรียมไว้มาหั่นเป็นชิ้นแล้วหมักด้วยน้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วดำ เกลือ แล้วคลุกเคล้า
ให้เข้ากัน ตั้งพักไว้ให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ
วิธีทำ
1. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชแล้วนำพริกแกงที่โขลกไว้ลงผัดจนหอม
2. นำใบชะมวงลงผัดกับพริกแกงจนสุกโดยสังเกตใบชะมวงจะเปลี่ยนสี
3. นำหมูที่หมักไว้เมื่อสักครู่ลงผัดรวม เติมน้ำเปล่าลงไป รอจนเดือด ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลปี๊บ
แล้วเคี่ยวต่อจนหมูนุ่ม ปิดไฟยกลง ตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยมากครับ
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วิธีทำยำหัวปลี
ยำหัวปลี
หัวปลี ผลิตผลอีกส่วนหนึ่งจากกล้วย สามารถนำมาปรุงอาหารได้มากมายหลากหลายเมนูเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะลวกจิ้มน้ำพริก ทำแกงเลียง ต้มข่าไก่ หรืออื่นๆอีกมากมาย หัวปลีจึงว่านับเป็นอาหารพื้นบ้าน
ไทยๆขนานแท้ครับ วัตถุดิบก็หาได้ง่ายอยู่ในสวนหลังบ้านของเรานี่เองครับ
เมนูยำหัวปลี ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูบ้านๆที่ใครๆก็สามารถปรุงรับประทานเองได้ เพราะมีวิธีทำที่ง่ายมาก
เพียงไม่กี่ขั้นตอน อีกทั้งวัตถุดิบก็เพียงไม่กี่อย่าง แต่พอทำเสร็จแล้วรับรองว่าอร่อยจนติดใจครับ
ลองไปทำกันดูเลยนะครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1.หัวปลี 1 หัว
2. หมูบด 30 กรัม
3. หนังหมูสุก 50 กรัม
4. มะพร้าวคั่ว 1/4 ถ้วยตวง
5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
7. มะนาว 1 ลูก
8. พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วยตวง
10. เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. หั่วหัวปลีเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปแช่ในน้ำมะขามเปียกและเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อไม่ให้หัวปลีดำ
2. ตั้งน้ำสะอาดไฟปานกลาง ใส่เกลือ พอน้ำเดือดนำหัวปลีลงลวก พอสุกตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นแล้ว
บีบน้ำออกเพื่อไม่ให้หัวปลีอมน้ำ ใส่ถ้วยพักไว้
3. นำเนื้อหมูบดรวนกับน้ำปลา พอหมูสุกปิดไฟ บีบมะนาว เติมน้ำตาลปี๊บ ใส่มะพร้าวคั่ว พริกป่น
หนังหมูสุก คลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. นำหัวปลีที่พักไว้เมื่อสักครู่ลง เคล้าเบาๆ ตักใส่จาน รับประทานได้ทันที อร่อยมากครับ
หัวปลี ผลิตผลอีกส่วนหนึ่งจากกล้วย สามารถนำมาปรุงอาหารได้มากมายหลากหลายเมนูเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะลวกจิ้มน้ำพริก ทำแกงเลียง ต้มข่าไก่ หรืออื่นๆอีกมากมาย หัวปลีจึงว่านับเป็นอาหารพื้นบ้าน
ไทยๆขนานแท้ครับ วัตถุดิบก็หาได้ง่ายอยู่ในสวนหลังบ้านของเรานี่เองครับ
เมนูยำหัวปลี ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูบ้านๆที่ใครๆก็สามารถปรุงรับประทานเองได้ เพราะมีวิธีทำที่ง่ายมาก
เพียงไม่กี่ขั้นตอน อีกทั้งวัตถุดิบก็เพียงไม่กี่อย่าง แต่พอทำเสร็จแล้วรับรองว่าอร่อยจนติดใจครับ
ลองไปทำกันดูเลยนะครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1.หัวปลี 1 หัว
2. หมูบด 30 กรัม
3. หนังหมูสุก 50 กรัม
4. มะพร้าวคั่ว 1/4 ถ้วยตวง
5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
7. มะนาว 1 ลูก
8. พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วยตวง
10. เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. หั่วหัวปลีเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปแช่ในน้ำมะขามเปียกและเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อไม่ให้หัวปลีดำ
2. ตั้งน้ำสะอาดไฟปานกลาง ใส่เกลือ พอน้ำเดือดนำหัวปลีลงลวก พอสุกตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นแล้ว
บีบน้ำออกเพื่อไม่ให้หัวปลีอมน้ำ ใส่ถ้วยพักไว้
3. นำเนื้อหมูบดรวนกับน้ำปลา พอหมูสุกปิดไฟ บีบมะนาว เติมน้ำตาลปี๊บ ใส่มะพร้าวคั่ว พริกป่น
หนังหมูสุก คลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. นำหัวปลีที่พักไว้เมื่อสักครู่ลง เคล้าเบาๆ ตักใส่จาน รับประทานได้ทันที อร่อยมากครับ
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วิธีทำต้มกระดูกหมูใบชะมวง
ต้มกระดูกหมูใบชะมวง
"ใบชะมวง" พืชสมุนไพรรสเปรี้ยวพบได้ทั่วไป สามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิด ที่ขึ้นชื่อลือชาคือ "แกงหมูชะมวง" ของทางภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง ไม่ว่าจะมีงานอะไรหรือมีแขกไปใครมาเมนู "แกงหมูชะมวง" ก็มักจะถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องมีอยู่เสมอ เป็นเมนูที่ต้องโขลกเครื่องแกง หมักหมู และมีส่วนผสมของกะปิอยู่ด้วย ส่วนทางใต้เรียก "ใบส้มมวง" นิยมรับประทานกันทางภาคใต้เช่นกันโดยเฉพาะ "ต้มกระดูกหมูใบชะมวง" รสชาติจะออกไปทางต้มยำครับ แต่ความเปรี้ยวที่ได้นั้นจะมาจากใบชะมวงแทนมะนาว ลองทำดูนะครับ ต้มกระดูกหมูใบชะมวง ไม่ยากเลยครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. กระดูกหมู 400 กรัม
2. ใบชะมวง 8 - 10 ใบ
3. ตะไคร้หั่นท่อนทุบ 2 ต้น
4. หอมแดงทุบ 3 - 4 หัว
5. ข่าหั่น 8 - 10 แว่น
6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือ 1 ช้อนชา
8. น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำใบชะมวงมาล้างทำความสะอาด ฉีกเอาเส้นกลางใบออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก
2. นำน้ำสะอาดขึ้นตั้งไฟปานกลาง พอเดือดใส่กระดูกหมูลงต้มจนสุก
3. ใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ เกลือ เคี่ยวจนกระดูกหมูเปื่อยด้วยไฟอ่อน ช้อนฟองออกเป็นระยะ
4. พอกระดูกหมูเปื่อยได้ที่ใส่ใบชะมวงแล้วเคี่ยวต่อจนเดือดอีกครั้งปรุงรสด้วย น้ำปลา ชิมรสดูพอมีรสเปรี้ยวดีก็ปิดไฟแล้วตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆได้เลยครับ
"ใบชะมวง" พืชสมุนไพรรสเปรี้ยวพบได้ทั่วไป สามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิด ที่ขึ้นชื่อลือชาคือ "แกงหมูชะมวง" ของทางภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง ไม่ว่าจะมีงานอะไรหรือมีแขกไปใครมาเมนู "แกงหมูชะมวง" ก็มักจะถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องมีอยู่เสมอ เป็นเมนูที่ต้องโขลกเครื่องแกง หมักหมู และมีส่วนผสมของกะปิอยู่ด้วย ส่วนทางใต้เรียก "ใบส้มมวง" นิยมรับประทานกันทางภาคใต้เช่นกันโดยเฉพาะ "ต้มกระดูกหมูใบชะมวง" รสชาติจะออกไปทางต้มยำครับ แต่ความเปรี้ยวที่ได้นั้นจะมาจากใบชะมวงแทนมะนาว ลองทำดูนะครับ ต้มกระดูกหมูใบชะมวง ไม่ยากเลยครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. กระดูกหมู 400 กรัม
2. ใบชะมวง 8 - 10 ใบ
3. ตะไคร้หั่นท่อนทุบ 2 ต้น
4. หอมแดงทุบ 3 - 4 หัว
5. ข่าหั่น 8 - 10 แว่น
6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือ 1 ช้อนชา
8. น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำใบชะมวงมาล้างทำความสะอาด ฉีกเอาเส้นกลางใบออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก
2. นำน้ำสะอาดขึ้นตั้งไฟปานกลาง พอเดือดใส่กระดูกหมูลงต้มจนสุก
3. ใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ เกลือ เคี่ยวจนกระดูกหมูเปื่อยด้วยไฟอ่อน ช้อนฟองออกเป็นระยะ
4. พอกระดูกหมูเปื่อยได้ที่ใส่ใบชะมวงแล้วเคี่ยวต่อจนเดือดอีกครั้งปรุงรสด้วย น้ำปลา ชิมรสดูพอมีรสเปรี้ยวดีก็ปิดไฟแล้วตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆได้เลยครับ
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วิธีทำกุ้งผัดสะตอ
กุ้งผัดสะตอ
"สะตอ" พืชอาหารสัญลักษณ์แห่งแดนใต้ของประเทศไทยกลิ่นเขียวแรงแต่ประโยชน์ทางยามากมาย ช่วยบำรุงสายตา เจริญอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะและขับถ่ายดี อีกทั้งยังช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสโลหิตและป้องกันเบาหวานได้อีกด้วยสามารถรับประทานแบบดิบๆกับน้ำพริกก็ได้หรือจะนำไปปรุงเป็นอาหารก็ดีครับ เมนู "กุ้งผัดสะตอ" อร่อยขึ้นชื่อแต่จริงๆทำไม่ยากช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานสะตอให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยครับ ส่วนท่านที่ยังรู้สึกว่าสะตอกลิ่นแรงเพียงมีมะเขือเปราะติดไว้เป็นเครื่องเคียงสัก 2 - 3 ลูกช่วยดับกลิ่นสะตอได้ครับ ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. กุ้งสดแกะเปลือกออกล้างสะอาด 200 กรัม
2. สะตอแกะเอาแต่เม็ดหั่นให้ดูน่ารับประทาน 8 - 10 ฝัก
3. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
4. หอมแดง 3 - 4 หัว
5. พริกขี้หนูสด 10 - 15 เม็ด
6. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. โขลก พริกขี้หนูสด กะปิ หอมแดง ให้ละเอียดและเข้ากัน
2. ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชพอร้อนตักเครื่องพริกที่โขลกเมื่อสักครู่ลงผัดจนหอม
3. นำกุ้งลงผัดพอสะดุ้งไฟแล้วใส่สะตอตาม
4. ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วขาว น้ำพริกเผา น้ำมันหอย
5. ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยอร่อยชั้นหนึ่งจากแดนใต้ของไทยสมชื่อจริงๆเลยครับ
"สะตอ" พืชอาหารสัญลักษณ์แห่งแดนใต้ของประเทศไทยกลิ่นเขียวแรงแต่ประโยชน์ทางยามากมาย ช่วยบำรุงสายตา เจริญอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะและขับถ่ายดี อีกทั้งยังช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสโลหิตและป้องกันเบาหวานได้อีกด้วยสามารถรับประทานแบบดิบๆกับน้ำพริกก็ได้หรือจะนำไปปรุงเป็นอาหารก็ดีครับ เมนู "กุ้งผัดสะตอ" อร่อยขึ้นชื่อแต่จริงๆทำไม่ยากช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานสะตอให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยครับ ส่วนท่านที่ยังรู้สึกว่าสะตอกลิ่นแรงเพียงมีมะเขือเปราะติดไว้เป็นเครื่องเคียงสัก 2 - 3 ลูกช่วยดับกลิ่นสะตอได้ครับ ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. กุ้งสดแกะเปลือกออกล้างสะอาด 200 กรัม
2. สะตอแกะเอาแต่เม็ดหั่นให้ดูน่ารับประทาน 8 - 10 ฝัก
3. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
4. หอมแดง 3 - 4 หัว
5. พริกขี้หนูสด 10 - 15 เม็ด
6. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. โขลก พริกขี้หนูสด กะปิ หอมแดง ให้ละเอียดและเข้ากัน
2. ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชพอร้อนตักเครื่องพริกที่โขลกเมื่อสักครู่ลงผัดจนหอม
3. นำกุ้งลงผัดพอสะดุ้งไฟแล้วใส่สะตอตาม
4. ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วขาว น้ำพริกเผา น้ำมันหอย
5. ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยอร่อยชั้นหนึ่งจากแดนใต้ของไทยสมชื่อจริงๆเลยครับ
วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559
วิธีทำแกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะ
แกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะ
เมนูแกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะรสชาติออกเผ็ดเปรี้ยวแซบ จี๊ดจ๊าด น้ำแกงเข้มข้มถูกปากคนไทยจริงๆครับ เคล็ดลับความเข้มข้นอยู่ที่การตำเนื้อปลาช่อนต้มผสมรวมลงในพริกแกงจนเข้ากัน แล้วจึงนำไปละลายกับน้ำซุปที่เหลือจากการต้มเนื้อปลาช่อนดิบที่หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้อีกส่วนหนึ่งแล้วจึงปรุงรสครับ เนื้อปลาช่อนนาอีกส่วนหนึ่งทอดทั้งตัวมาผนวกกับยอดอ่อนของผักกระเฉดความสุดยอดจึงตามมาครับ พูดแล้วน้ำลายสอ ไปลองทำกันเลยดีกว่าครับ
ส่วนผสมพริกแกง
1. พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเม็ดออกแช่น้ำ 7 - 10 เม็ด
2. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
3. หอมแดงปลอกเปลือกออก 5 - 8 หัว
4. กระเทียม 5 - 10 กลีบ
5. ข่าหั่น 5 - 10 แว่น
6. กระชาย 4 - 5 ราก
7. ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา
8. เกลือเม็ด 1 ช้อนชา
วิธีโขลกพริกแกง
1. พริกไทยเม็ดลงโขลกจนละเอียด
2. ใส่พริกแห้งและเกลือเม็ดลงโขลกรวมจนละเอียด
3. นำข่าหั่น หอมแดง กระทียม กระชาย ผิวมะกรูด ลงโขลกรวมจนละเอียดแล้วตักขึ้นพักไว้
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ปลาช่อนนาขอดเกล็ดล้างทำความสะอาด 1 ตัว
2. เนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัม
3. น้ำสะอาด 5 ถ้วยตวง
4. พริกแกงส้มที่ตำเมื่อสักครู่ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผักกระเฉดเด็ดเอาแต่ยอดอ่อน 100 กรัม
6. น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
7. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
9. น้ำมันพืชสำหรับทอดปลา 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำเนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัมไปต้มกับน้ำสะอาจจนสุกแยกเนื้อปลาแกะก้างออกและเก็บนำซุปไว้
2. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อนใส่น้ำมันพืชพอร้อนนำปลาช่อนทั้งตัวลงทอดจนสุกทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักไว้
3. โขลกพริกแกงส้มเมื่อสักครู่กับเนื้อปลาช่อนต้มให้เข้ากันแล้วตักขึ้นพักไว้
4. ตั้งน้ำซุปปลาที่เก็บไว้ให้เดือด ละลายพริกแกงที่ตำกับเนื้อปลาเมื่อสักครู่ลง คนให้เข้ากัน
5. ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก รอจนเดือดอีกครั้ง
6. วางปลาช่อนที่ทอดเมื่อสักครู่ลงในภาชนะ โรยผักกระเฉดลงรอบๆตัวปลาแล้วราดน้ำแกงที่ปรุงรสเมื่อสักครู่ลงไป ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆได้ทันทีเลยครับ อร่อยแซบจี๊ดจ๊าดมากครับ ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ
เมนูแกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะรสชาติออกเผ็ดเปรี้ยวแซบ จี๊ดจ๊าด น้ำแกงเข้มข้มถูกปากคนไทยจริงๆครับ เคล็ดลับความเข้มข้นอยู่ที่การตำเนื้อปลาช่อนต้มผสมรวมลงในพริกแกงจนเข้ากัน แล้วจึงนำไปละลายกับน้ำซุปที่เหลือจากการต้มเนื้อปลาช่อนดิบที่หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้อีกส่วนหนึ่งแล้วจึงปรุงรสครับ เนื้อปลาช่อนนาอีกส่วนหนึ่งทอดทั้งตัวมาผนวกกับยอดอ่อนของผักกระเฉดความสุดยอดจึงตามมาครับ พูดแล้วน้ำลายสอ ไปลองทำกันเลยดีกว่าครับ
ส่วนผสมพริกแกง
1. พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเม็ดออกแช่น้ำ 7 - 10 เม็ด
2. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
3. หอมแดงปลอกเปลือกออก 5 - 8 หัว
4. กระเทียม 5 - 10 กลีบ
5. ข่าหั่น 5 - 10 แว่น
6. กระชาย 4 - 5 ราก
7. ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา
8. เกลือเม็ด 1 ช้อนชา
วิธีโขลกพริกแกง
1. พริกไทยเม็ดลงโขลกจนละเอียด
2. ใส่พริกแห้งและเกลือเม็ดลงโขลกรวมจนละเอียด
3. นำข่าหั่น หอมแดง กระทียม กระชาย ผิวมะกรูด ลงโขลกรวมจนละเอียดแล้วตักขึ้นพักไว้
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ปลาช่อนนาขอดเกล็ดล้างทำความสะอาด 1 ตัว
2. เนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัม
3. น้ำสะอาด 5 ถ้วยตวง
4. พริกแกงส้มที่ตำเมื่อสักครู่ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผักกระเฉดเด็ดเอาแต่ยอดอ่อน 100 กรัม
6. น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
7. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
9. น้ำมันพืชสำหรับทอดปลา 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. นำเนื้อปลาช่อนดิบ 200 กรัมไปต้มกับน้ำสะอาจจนสุกแยกเนื้อปลาแกะก้างออกและเก็บนำซุปไว้
2. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อนใส่น้ำมันพืชพอร้อนนำปลาช่อนทั้งตัวลงทอดจนสุกทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักไว้
3. โขลกพริกแกงส้มเมื่อสักครู่กับเนื้อปลาช่อนต้มให้เข้ากันแล้วตักขึ้นพักไว้
4. ตั้งน้ำซุปปลาที่เก็บไว้ให้เดือด ละลายพริกแกงที่ตำกับเนื้อปลาเมื่อสักครู่ลง คนให้เข้ากัน
5. ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก รอจนเดือดอีกครั้ง
6. วางปลาช่อนที่ทอดเมื่อสักครู่ลงในภาชนะ โรยผักกระเฉดลงรอบๆตัวปลาแล้วราดน้ำแกงที่ปรุงรสเมื่อสักครู่ลงไป ยกเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆได้ทันทีเลยครับ อร่อยแซบจี๊ดจ๊าดมากครับ ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559
วิธีทำไก่บ้านคั่วสมุนไพร
ไก่บ้านคั่วสมุนไพร
เมนูไก่บ้านคั่วสมุนไพรเป็นเมนูที่มีรสชาติออกเค็มๆมันๆปนเผ็ดนิดๆอร่อยไปอีกแบบครับ ทำไม่ยาก เพียงคั่วไก่ที่หมักไว้ให้สุกกับทอดสมุนไพรให้พอกรอบๆแล้วนำทั้งสองส่วนมารวมกันแค่นี้ก็อร่อยได้แล้วล่ะครับ อีกทั้งยังสามารถจะทานเป็นกับข้าวก็ได้หรือจะเป็นกับแกล้มก็ดีครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ไก่บ้านล้างสะอาดสับพอคำ 300 กรัม
2. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
5. กระชายซอย 50 กรัม
6. พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด
7. กระเพราเด็ดเอาแต่ใบ 2 - 3 กิ่ง
8. ใบมะกรูดซอย 2 - 3 ใบ
9. พริกไทยอ่อน 4 - 5 ช่อ
10. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1/2 ถ้วยตวง
11. พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. นำไก่ที่เตรียมไว้หมักด้วย น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว พริกไทยป่น พักไว้ให้เข้าเนื้อ
2. นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกแห้ง ใบมะกรูดซอย กระชายซอย ใบกระเพรา พริกไทยอ่อน ลงทอดในน้ำมันพอกรอบๆ ตักขึ้นพักบนกระดาษซับมันตามลำดับ
3. นำกระทะตั้งไฟแรงปานกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ไก่ติดกระทะแล้วนำไก่ที่หมักไว้ลงคั่วจนสุกแล้วปิดไฟ
4. นำสมุนไพรที่ทอดพักไว้เมื่อสักครู่ลงรวมกับเนื้อไก่ในกระทะ คลุกเคล้าพอเข้ากัน ตักขึ้นเสิร์ฟเป็นกับข้าวก็ได้กับแกล้มก็ดีครับ
เมนูไก่บ้านคั่วสมุนไพรเป็นเมนูที่มีรสชาติออกเค็มๆมันๆปนเผ็ดนิดๆอร่อยไปอีกแบบครับ ทำไม่ยาก เพียงคั่วไก่ที่หมักไว้ให้สุกกับทอดสมุนไพรให้พอกรอบๆแล้วนำทั้งสองส่วนมารวมกันแค่นี้ก็อร่อยได้แล้วล่ะครับ อีกทั้งยังสามารถจะทานเป็นกับข้าวก็ได้หรือจะเป็นกับแกล้มก็ดีครับ
วัตถุดิบและส่วนผสม
1. ไก่บ้านล้างสะอาดสับพอคำ 300 กรัม
2. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
5. กระชายซอย 50 กรัม
6. พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด
7. กระเพราเด็ดเอาแต่ใบ 2 - 3 กิ่ง
8. ใบมะกรูดซอย 2 - 3 ใบ
9. พริกไทยอ่อน 4 - 5 ช่อ
10. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1/2 ถ้วยตวง
11. พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. นำไก่ที่เตรียมไว้หมักด้วย น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว พริกไทยป่น พักไว้ให้เข้าเนื้อ
2. นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกแห้ง ใบมะกรูดซอย กระชายซอย ใบกระเพรา พริกไทยอ่อน ลงทอดในน้ำมันพอกรอบๆ ตักขึ้นพักบนกระดาษซับมันตามลำดับ
3. นำกระทะตั้งไฟแรงปานกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ไก่ติดกระทะแล้วนำไก่ที่หมักไว้ลงคั่วจนสุกแล้วปิดไฟ
4. นำสมุนไพรที่ทอดพักไว้เมื่อสักครู่ลงรวมกับเนื้อไก่ในกระทะ คลุกเคล้าพอเข้ากัน ตักขึ้นเสิร์ฟเป็นกับข้าวก็ได้กับแกล้มก็ดีครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)